กลบทสะบัดสะบิ้ง จาก "กลบทศิริวิบุลกิตติ์" โดยหลวงศรีปรีชา (เซ่ง)
๐ ในครั้งนั้นเวไชยันต์ ก็หวั่นก็หวาด
สะท้านอาสน์เทวฤทธิ์ สถิตสถิน
ปาริกชาติฉาดฉัด ระบัดระบิน
พิภพอินทร์ก้องดัง กระทั่งกระเทือน
เสียงโครมโครมครืนครั่น สนั่นสนัด
ดั่งทิพรัตน์อมรินทร์ จะหมิ่นจะเหมือน
จะพรากแยกแตกพลัด กระจัดกระเจือน
ดั่งดาวเดือนลอยลัด จะจัดจะจาย
ทั้งบัณฑุกัมพล์อัมราช ก็หวาดก็ไหว
คลุ้มเป็นไฟร้อนแรง ไม่แห้งไม่หาย
เดชะศีลสุดสวาท ไม่คลาดไม่คลาย
ชอุ่มชอายอลเวง คระเครงคระโครม
ท้าวอมเรศอิศราช ให้วาดให้หวัง
พะวงพะวังใจนึก ไม่หึกไม่โหม
ว่าบุญใครไหนกล้า จะราจะโรม
จะถาจะโถมทิพรัตน์ ให้จัดให้จาย
เธอจึงส่องห้องเนตรวิเศษวิสัย
เล็งแลไปในภพสยบสยาย
เหนหน่อเนื้อเชื้อนางกระจ่างกระจาย
แจ้งอุบายว่านาฏจะมาตรจะเมียน
จะปรารถนาหาบุตรที่สุดที่ใส
ให้เหมือนใจดั่งจิตรสถิตเสถียร
จำเราจักช่วยอวยองค์ให้จงให้เจียน
ให้แม้นให้เมียนเหมือนคิดดั่งจิตรดั่งใจ
ท้าวหัสจักขุ์มัฆวานประสานประสงค์
จำนงปลงทิพเนตรวิเศษวิสัย
ก็เหนองค์โพธิสัตว์จำจัดจำใจ
จากทิพย์ในชั้นต่ำจะจำจะจร
ไปบังเกิดชั้นบนจักวนจักเวียน
จำเราจักเพียรไปหวังจะสั่งจะสอน
สมเด็จท้าวเจ้าทวีปก็รีบก็ร้อน
เสด็จจรไปหาไม่ช้าไม่แช
ครั้นถึงองค์เทวฤทธิ์สถิตเสถียร
บรรจงเจียนแจ้งจัดกระสัตย์กระแส
ว่าพ่อผู้กู้สัตว์จงลัดจงแล
จงผันแปรชาติทุกข์เร่งบุกเร่งบั่น
บัดนี้ควรจวนจะแถลงแสวงสวัสดิ์
จงไปตรัสในโลกดับโศกดับศัลย์
จักได้เพิ่มบารมีทุกวี่ทุกวัน
จงจรจรัลเถิดพ่ออย่ารออย่ารา
พระโพธิสัตว์ตรัสแจ้งไม่แข็งไม่ขัน
อภิวันท์เทวินทร์มหินทร์มหา
ก็รับคำอมเรศสังเกตสังกา
กำหนดอายุทิพย์จะรีบจะร้อน
ก็จุติจากพิภพสงบสงัด
จิตรประหวัดกัมปนาทประสาทประสอน
เอาปฏิสนธิจิตรพะวิดพะวอน
พระนางนอนหลับสนิทเจาะจิตรเจาะจง
มีสุบินกินจิตรนิมิตรนิเมียน
สถิตเสถียรจอดจิตรประสิทธิ์ประสงค์
ในฝันว่าดาบสยิ่งยศยิ่งยง
จำนงจงเหาะจรพะมรพะเมียน
จากอากาศคลาดเคลื่อนจะเลื่อนจะลัด
ดูแจ่มจัดงามพินิจสถิตเสถียร
มาจากเขาวิบูลบรรพ์พะวันพะเวียน
ประจงเจียนถือมณีมะนีมะนา
มาถึงนางวางลงเป็นสงเป็นศรี
พระเทวีแจ่มจัดรับหัตถ์รับหา
ประคองจับรับมณีแล้วลีแล้วลา
แสงรัตนาช่วงโชติกระโดดกระเด็น
ผวาตื่นฟื้นฟุ้งจรุ่งจรัส
แสงทองจัดจับหน้าแลหาแลเหน
พระทินกรอ่อนเหลืองกระเดื่องกระเด็น
แลไปเป็นเปล่งปลั่งมลังมลอง
พระนางเสด็จชำระแล้วสระแล้วสรง
สำอางองค์งามพินิจสนิทสนอง
อบสุคนธ์ปรนปรุงช่างรุ่งช่างรอง
ละเอื่ยมละอองเครื่องประดับประยับประโยม
เจ้าทรงเครื่องเรืองมาศดูผาดดูผุด
ล้ำมนุษย์แจ่มจิ่มงามฉิมงามโฉม
พวกสาวสาวตามพร้อมประนอมประโนม
เสงี่ยมโฉมงามเฉิดช่างเพริศช่างพราย
พระนางอย่างจันทร์แจ่มแชล่มฉลาด
ดูวิลาศลอยเลิศงามเฉิดงามฉาย
พวกข้าสาวดาวเปรียบช่างเรียบช่างราย
เสงี่ยมกายตามนาฏระวาดระวาง ๚ะ
๑-----------------------๑
กลบทสะบัดสะบิ้ง ปรากฏอยู่ในการประพันธ์ลำดับที่ ๕ ของตำราศิริวิบุลกิตติ์
พิจารณาเห็นว่า ที่เพิ่มจากกลอนทั่วไป คือ
๑.) ให้ช่วงหลังของกลอนในแต่ละวรรคมี ๔ คำ
๒.) ใน ๔ คำนั้นให้คำที่หนึ่งกับคำที่สามซ้ำกัน และ คำที่สองกับสี่ ให้มีการล้อสัมผัสอักษรกัน
๓.) คำสุดท้ายของช่วงกลาง สัมผัสสระกับ คำที่สองของช่วงหลัง ของกลอนในแต่ละวรรค
** กลบทนี้มีที่มาปรากฏทั้งในตำรา "กลบทศิริวิบุลกิตติ์" และ "จารึกวัดพระเชตุพนฯ"
-๐ กลบทที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ๐- • กลบท วิสูตรสองไข คลิก
• กลบท อักขระโกศล คลิก ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ครับผม
...-๐ Black Sword (หมู มยุรธุชบูรพา) ๐-...

•
กลับสู่หน้าห้องเรียน กลอนกลบท คลิก •
กระโดดสู่ห้องเรียน โคลงกลบท คลิก •
กระโดดสู่ห้องศึกษา ภาพโคลงกลบท คลิก •
กระโดดสู่ห้องเรียน กาพย์ คลิก •
กระโดดสู่ห้องเรียน กลอน คลิก •
กระโดดสู่ห้องเรียน โคลง คลิก •
กระโดดสู่ห้องเรียน ฉันท์ คลิก •
กระโดดสู่ห้องเรียน ร่าย คลิก 